Skip to content

alt text

การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

การตรวจค้น

1. กรณีตำรวจขอค้นตัวหรือเช็คบัตรประชาชน "ต้องขออนุญาตประชาชนก่อน" พร้อมแจ้งเหตุผลเบื้องต้น กรณีมีเหตุอันควรว่าบุคคลนั้นทำตัวน่าสงสัยให้สามารถค้นตัว ได้ทันที เช่น การแต่งกาย ปกปิดใบหน้า หรือ การกระทำที่ดูมีพิรุจ (บอกกล่าวก่อนทำการตรวจค้น)

2. กรณีพบผู้ต้องสงสัยอยู่ในเขตสุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่ผิดกฎหมาย (ก่อเหตุซึ่งหน้า) สามารถจับใส่กุญแจมือแล้วตรวจค้นได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต (แต่ต้องมีการพูด คุยบอกกล่าวก่อนไม่ใช่จับค้นโดยไม่พูดจาอะไรเลย)

3. กรณีมีเหตุแจ้งเข้ามาที่ตำรวจ เช่น ขายยา ปูน หรือ สายไฟ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นต้องให้ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นการขอตรวจค้น หรือ สอบถามถึงลักษณะของ ผู้ต้องสงสัย เช่น แต่งตัวอย่างไร ขับรถอะไร

การไล่ล่าและจับกุม

4. การไล่ล่าคดี 1 คดี ของทางเจ้าหน้าที่ สามารถใช้ทรัพยากรในกรมได้ดังนี้ (หากเป็นเคสช่วยเหลือเงื่อนไขนี้จะไม่มีผล)

  • ยานพาหนะไม่เกิน 3 คัน ตำรวจไม่เกิน 6 คน ภายในยานพาหนะคันเดียวจะต้องมีตำรวจนั่งไม่เกิน 3 คน

5. การไล่รถผู้เล่นใหม่ ใช้ยานพาหนะไม่เกิน 1 คัน

  • กรณีผู้ต้องหามีมากกว่า 1 คน และ จำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าเคสมีน้อยกว่าผู้ต้องหา ตำรวจสามารถเข้าเคสได้เพิ่มอีก 1 คัน โดยสามารถติดตามเพื่อรอจับกุมผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่สามารถตัดยาง หรือ ชนรถ ของผู้ต้องหาได้

6. หากเจ้าหน้าที่มาถึงจุดเกิดเหตุแล้วพบเจอผู้ต้องหากำลังดำเนินการทำสิ่งผิดกฎหมายอยู่ เช่น จกปูน จกสายไฟ ขายยา จะให้เวลาขึ้นรถและออกตัวก่อนที่จะเริ่มยิง (10 วินาที) หากตำรวจไปถึงจุดเกิดเหตุแล้วพบผู้ต้องหากำลังทำงานดำและรอบตัวผู้ต้องหาไม่พบรถ ตำรวจสามารถจับกุมได้เลยและใส่ค่าปรับเดินทำงานดำ

7. หากเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงยางแตกครบ 4 ล้อแล้ว (ไม่ต้องรอจนยางบดหมด) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยิงคนลงจากรถได้ทันที หรือ เริ่มบั้มรถได้เลย (กรณีที่ผู้ต้องหาถูก ยิงตกรถจนสลบ ผู้ต้องหาต้องยอมรับความเสี่ยงในการสลบด้วยตนเอง)

8. การจอดดักหรือจอดรถเพื่อไล่ตามผู้ต้องหาต้องห่างอย่างต่ำ 2 ช่วงคันรถ (ด้านยาว) สามารถให้เพื่อนตำรวจขับรถตาม Scout ได้แต่หากจะลงมาช่วยไล่จับจะต้องเว้น 2 ช่วงคันรถถึงจะลงมาช่วยจับได้เท่านั้น ห้าม มีการบังไลน์วิ่งของผู้ต้องหา

9. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ห้าม ยิงตัวผู้ต้องหาที่กำลังวิ่งหนีในขณะที่อยู่บนรถ (เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องขับรถไปดักหน้าหรือลงจากรถและวิ่งตามเท่านั้นจึงจะยิงได้)

10. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ Taser ยิงผู้ต้องหาก่อน 1 ครั้ง ถึงจะสามารถใส่กุญแจมือจับกุมได้

  • หากมีการร้องเรียน

บทลงโทษ : ปรับ - โทษวินัย

11. ห้าม ชนยานพาหนะประชาชนเด็ดขาด ในกรณีนี้ให้ Take 2 ประชาชนได้ แต่ถ้าเป็นการชนแบบ Over Control อันนี้จะขึ้นอยู่กับภาพสายตาและดุลยพินิจของตำรวจ กรณีหนีขึ้นเขาแล้วเกิดการชนขึ้น จะถือว่าเป็น Over Control ทันที

12. ในขณะที่กำลังไล่ล่ากันอยู่แล้วผู้ต้องหาเรียกเพื่อนให้มาช่วยเหลือ/บั๊ม เจ้าหน้าที่จะสามารถบั๊มคืนได้ทันที และสามารถบั๊มได้ทั้งเพื่อนที่มาช่วยและผู้ต้องหาที่หลบหนี ตำรวจจะเลิกยิงยางทันที (ตำรวจสามารถยิงยางหรือบั้มก็ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจ)

  • ตำรวจสามารถใช้มาตราการสูงสุดในการจับกุมผู้ต้องหาได้เลย เช่น สามารถเรียกเพื่อนตำรวจมาช่วยได้ไม่จำกัดจำนวน ยิงคนลงจากรถได้เลยหรือบั้มรถได้เลย
  • กรณีนี้ตำรวจสามารถยิงคนที่มาช่วยเหลือตกรถได้เลยรวมถึงเจ้าของคดีด้วย
  • กรณีที่ตำรวจไล่เคสอยู่แล้วรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยจากบุลคลที่สาม เช่น ผู้ต้องหาให้เพื่อนมาช่วยแต่ไม่ได้ขับรถชนตำรวจ แต่ให้คอยขับรถตามหรือขับรถดักให้ตำรวจ ชน ตำรวจสามารถ ยิงยางเพื่อสกัดความเสี่ยงออกไปได้
  • กรณีที่ผู้ต้องหาเปลี่ยนรถหรือให้เพื่อนมารับตำรวจสามารถยิงผู้ต้องหาบนรถได้ทันที

13. หากผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนี ขับรถพลิกคว่ำเองโดยเห็นได้ชัดสามารถให้เขาพลิกรถได้ (ทั้งนี้อยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่)

  • กรณีผู้ต้องหาทำรถคว่ำเอง แล้วขอเล่นต่อตำรวจสามารถยิงยางได้ 1 ล้อทันที แต่ผู้ต้องหาไม่สามารถขอซ่อมได้
  • หากรถพลิกคว่ำแล้วไม่สามารถพลิกกลับได้สามารถลงมา Shift+E ได้ แต่ต้องให้ยางตำรวจ 1 ล้อ หากบิดยางตำรวจแจ้ง Admin ได้ทันที
  • กรณีรถติดไม่สามารถออกได้ ตำรวจสามารถใช้ปืนลูกซองยิงตกรถได้ทันที

14. นับถอยหลัง 3 นาที หลังจากคลาดสายตาจากผู้ต้องหาก็จะถือว่าหลุดคดี (แต่ถ้าหากพบเจอภายใน 3 นาทีนี้ ก็จะแบ่งเป็น 2 กรณี)

  • หากเจอที่จุดงานดำถัดไปจะสามารถไล่ล่าต่อและยิงยางได้ 1 ล้อทันที
  • หากเจอที่ตอนกำลังยืนเก็บของสามารถยิงและจับกุมได้เลย

15. กรณีที่ผู้ต้องหาใช้ยานพาหนะในการบังทางขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเดินขึ้นไปขับรถคันนั้นออกหรือพาวน์ทิ้งและดำเนินคดีได้

16. เหตุการณ์การกระทำความผิดซึ่งหน้า ตำรวจสามารถจับกุมดำเนินคดีได้เลยโดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ท่านนั้นว่าจะให้หนีหรือไม่

17. กรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีลงน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอุ้มในน้ำได้เลย (กรณีที่ผู้ต้องหาสลบในน้ำขณะอุ้ม ผู้ต้องหาต้องยอมรับความเสี่ยงในการสลบด้วยตนเอง)

18. กรณีที่รถผู้ต้องหาเกิดการพลิกคว่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยิงยางได้ 1 ยาง แล้วให้ผู้ต้องหาได้หนีต่อ ยกเว้น กรณีคดีร้ายแรง เช่น เพื่อนมาช่วยไม่ว่าจะบังทาง หรือตั้งใจชน ทำร้ายร่างกายหน่วยงาน หลบหนีเข้าเลเบล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถยิงยางได้ทั้งหมดหากพลิกคว่ำ

19. กรณีที่ผู้ต้องหาหนีเข้าเลเบลแล้วตีตำรวจ หากตำรวจชนะจะสามารถจับดำเนินคดีได้เฉพาะผู้ต้องหาที่เป็นต้นคดีที่ลากจากข้างนอกเลเบลเข้ามา ส่วนคนอื่นที่อยู่ในเลเบล หรือช่วยเหลือจะไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ ทั้งสิ้น

20. กรณีที่ผู้ต้องหาทำงานดำแล้วโดนตำรวจไล่ จะต้องหนีจนกว่าจะครบ 10 นาทีถึงจะสามารถหนีหรือลากตำรวจเข้าเลเบลได้

21. ห้าม ใช้ Emote และ บัค ในการทำงานดำ หรือ การแอบตำรวจทุกชนิด

22. กรณีที่บิดยาง ตำรวจซ่อมให้แต่ผู้ต้องหาคืนยางไม่ครบ ตำรวจสามารถบั้มรถและยิงตกรถได้เลยไม่ต้องรอยางแตกครบ 4 ล้อ (ไม่จำกัดจำนวนตำรวจและรถตำรวจ)

23. หากพบเจอผู้ต้องหาถอดเสื้อทำงานดำ (ในส่วนนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกปรับได้เลย หากมีปัญหาในการดำเนินการให้แจ้ง Admin-Staff)

24. เมื่อมีประกาศงดทำงานดำในประเทศ หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที หรือผู้ห้องหาขึ้นรถทัน ตำรวจสามารถไล่บั้มยิงยางหรือยิงคนลงจากรถได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ครบ 4 ยาง และจะถูกดำเนินคดี X10 จากคดีเดิม

25. กรณีที่ผู้ต้องหาแอบลงมาซ่อมรถแล้วตำรวจมาเห็น ตำรวจสามารถยิงคนแล้วจับกุมได้ทันที หรือเห็นผู้ต้องหากำลังขึ้นรถ โดยที่ตัวยังไม่ได้ไปอยู่บนรถ ก็สามารถ ยิงตัวผู้ต้องหาและใส่กุญแจมือได้ทันที หากตัวผู้ต้องหาขึ้นไปอยู่บนรถแล้วและกำลังจะขับหนี จะถือว่าเป็นสตอรี่ไล่ล่าปกติ ตำรวจจะทำการไล่ยิงยางจนกว่าจะครบ 4 ล้อ เหมือนเดิม ถึงจะเริ่มบั้มและจับกุมผู้ต้องหา

26. กรณีขับรถปิดยางตำรวจจนตำรวจไม่สามารถยิงยางได้เป็นเวลา 20 วินาที ตำรวจสามารถขับรถชนสะกิด เพื่อให้เห็นยางที่เหลือ (ผู้ต้องหาต้องยอมรับความเสี่ยงใน กรณีปิดล้อที่ยังไม่แตก)

27. ประชาขนต้องเตรียมความพร้อมมาเอง ทั้งซ่อมรถ น้ำมัน จะไม่สามารถขอซ่อมหน้างานได้ ถ้าหากขอก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตำรวจว่าจะให้หรือไม่ให้ ถ้าให้ซ่อมหน้างาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขอแลกได้ 1 ยาง

28. กรณีขายยา Reject แล้วพบผู้ต้องหาโดนล็อคขาแข็งอยู่ ต้องรอจนกว่าผู้ต้องหาจะขึ้นรถหลบหนีก่อนถึงจะสามารถทำการไล่จับได้ ไม่สามารถจับตอนโดนล็อคขาแข็ง ได้ทันที ยกเว้น กรณีก่อเหตุซึ่งหน้า

29. กรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเลเบล ตำรวจจะเปลี่ยนเป็น "จับตายทันที"

30. ทุกเคสที่เกิดขึ้นในเลเบลขณะที่หน่วยงานไม่ครบ "สามารถใส่กุญแจมือได้เลย"

บทลงโทษ : ปรับ - โทษวินัย

31. กรณีผู้ต้องหาโดนไล่อยู่แล้วรถพังหรือยางแตกแล้วขับหนีเข้าไปซ่อมที่อู่ ตำรวจสามารถยิงจับได้ทันที ยกเว้น กรณีหนีพ้นสายตาตำรวจไปแล้ว (3 นาที) ถึงจะสามารถ เข้าไปซ่อมรถที่อู่ได้

32. การทำงานผิดกฎหมายผู้ต้องหาต้องจอดไม่เกิน 2 ช่วงคันรถ นับจากจุดทำงาน (สายตาตำรวจถือเป็นที่สิ้นสุด) กรณีที่เกินตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที

33. กรณีที่ผู้ต้องหาหลุดสายตาไปแล้วแต่ยังติดคดี (3 นาที) เจ้าหน้าที่สามารถปิดไซเรนเพื่อลาดตระเวรหาต่อได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดไซเรนหา (จะเปิดไซเรนก็ต่อเมื่อมีเหตุ)

34. หากมีเจตนาบั๊มตำรวจ หรือมีการดักชนในขณะมีสตอรี่ไล่ล่าทำให้ตำรวจตกน้ำ หรือ ตกตึก ตำรวจสามารถบั๊มหรือยิงตกรถได้เลยไม่จำเป็นต้องยิงครบ 4 ล้อ และจะโดน โทษขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

การดำเนินคดีหลังจับกุม

35. ตำรวจเมื่อจับผู้ต้องหาได้แล้ว ก่อนทำการส่งเข้าคุกให้แจ้งข้อหาทุกครั้ง และแจ้งรายละเอียดบิลแต่ละใบที่ทำการปรับ พร้อมเวลาจำคุก (ไม่มีการลดเวลาจำคุก)

36. เมื่อผู้ต้องหาสงสัยเกี่ยวกับช้อหาที่ถูกจับกุม ตำรวจต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าผู้ต้องหาถูกจับกุมด้วยข้อหาอะไร และมีโทษอย่างไรบ้าง

37. หากเจ้าหน้าที่ทำการจับผู้ต้องหา หรือทำคดีเสร็จเรียบร้อยจะต้องพาวน์รถให้ผู้ต้องหาทุกครั้ง ถ้าตำรวจที่ไม่พาวน์รถแล้วเกิดการขโมยรถ หรืองัดรถของผู้ต้องหา ตำรวจที่ทำคดีจะต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด

  • ยกเว้น ผู้ต้องหาล็อครถไว้

บทลงโทษ : ปรับ - โทษวินัย

การใช้อาวุธและการปะทะ

38. เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนสามารถพกอาวุธได้แค่ กระบองตำรวจ Taser และอาวุธส่วนตัว เท่านั้น

  • กฎการใช้ “ลูกซอง”
  • กรณีที่เราโดนทำร้าย, เคสอุ้ม, การบุกเลเบล, กรณีที่ผู้ต้องหาแตก 4 ยางแล้วผู้ต้องหาไม่ลงรถ (รถต้องติดไม่สามารถขยับได้และต้องมีการพูดคุยก่อนยิง)
  • กรณีเปิดวงเคอร์ฟิวหรือเหตุร้ายแรง เช่น ตีตำรวจ บุกเลเบล ตำรวจสามารถใช้อาวุธส่วนตัวได้ทั้งหมด รวมถึงอาวุธหน่วยงานด้วยเช่นกัน

39. เคสแหกคุก ไม่ว่าจะนอกคุกหรือในคุกสามารถบั๊มได้หมด แต่ ❗ ต้องยิงให้ครบ 4 ยางก่อนถึงจะยิงตกได้

บทลงโทษ : ปรับ - โทษวินัย

วินัยร้ายแรงและการทุจริต

40. ห้าม ให้สวัสดิการหน่วยงานของตำรวจกับประชาชนเด็ดขาด

บทลงโทษ : ปลดออก - รีตัว

41. หากพบว่ามีการเข้าเวรให้ Guild แล้วจับได้

บทลงโทษ : ใบแดง🟥 - รีตัว

42. ในระหว่างการฝึกขับฮอ ห้าม เบิกฮอไปรับ ปปช. เพื่อขับเล่น หรือนำไป Tag งานดำ

บทลงโทษ : รีตัว

43. หน่วยงานไม่สามารถทำงานผิดกฎหมายได้ หากพบเจอดำเนินคดี X3 เท่า สามารถรับซื้อกับประชาชนได้

44. หากถูกทำโทษวินัย ( ห้ามประกันตัวเด็ดขาด ) รวมถึงการให้คนที่ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานประกันตัว

บทลงโทษ : โทษวินัย +1 - ปลดจากการเป็นเจ้าหน้าที่

การแต่งกายและยานพาหนะ

45. แต่งกายตามกฎระเบียบในเวลาปฏิบัติงานตามที่สำนักงานตำรวจได้วางไว้ (เสาร์-อาทิตย์ freestyle แต่ต้องใส่ปลอกแขน) กรณีประชาชนเห็นว่าตำรวจใส่ชุดนอก เครื่องแบบ หรือขับรถปกติที่ไม่ใช่รถหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถร้องเรียนได้ใน Discord และลงโทษตามบทลงโทษที่ได้กำหนด

บทลงโทษ : ปรับ - โทษวินัย

46. ห้าม ใส่ชุดมาสคอตที่ปิดบังใบหน้าเต็มใบ

บทลงโทษ : ปรับ 10,000 IC

47. ห้าม ใช้ยานพาหนะที่ไม่ตรงกับยศปัจจุบันของตนเอง (รวมถึงการมอบกุญแจ)

บทลงโทษ : ปรับ 100,000 IC - โทษวินัย

48. หากเจ้าหน้าที่ทำรถหน่วยงานหลุด

บทลงโทษ : ปรับ 50,000 IC

49. เจ้าหน้าที่จะต้องเก็บยานพาหนะหน่วยงานทุกครั้งก่อนออกเวร

บทลงโทษ : ปรับ 10,000 IC

วินัยการเข้าเวรและการสื่อสาร

50. ห้าม เข้าเวร 1 คน จะต้องเข้าเวร 2 คนขึ้นไปเท่านั้น

บทลงโทษ : โทษวินัย

51. ขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้เข้าวอสื่อสารทุกครั้ง ( เลขวอหลัก -> 1 )

บทลงโทษ : ปรับ 5,000 IC

52. กรณีตำรวจได้รับแจ้งเหตุ เช่น ปูน สายไฟ ขายยา หรือเหตุผิดกฎหมายต่าง ๆ ตำรวจต้องเปิดไซเรนทุกครั้งขณะเข้าพื้นที่ กรณีไม่มีเคส ห้าม เปิดไซเรนเล่นเด็ดขาด

53. ห้าม เจ้าหน้าตำรวจยืนเหม่อเกิน 15 นาที

บทลงโทษ : ปรับ 10,000 IC

54. ห้าม ตีเล่นขณะกำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่

บทลงโทษ : โทษวินัย

หากพบว่ามีการตีเล่นหรือทะเลาะกับบุคคลใด ๆ ในขณะเข้าเวร จะโดนข้อหา ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที

55. ห้าม เข้าเวร หรือใส่ชุดตำรวจเล่นกิจกรรมประเทศ

  • ยกเว้น กรณีผู้บังคับบัญชาอนุญาต

บทลงโทษ : ปรับ 10,000 IC - โทษวินัย

56. ห้าม ใช้ของหน่วยงาน นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่หรือขณะไม่ได้อยู่ในเวลาเข้าเวร

บทลงโทษ : โทษวินัย - ใบเหลือง🟨

การใช้ช่องโหว่จากระบบ

57. ห้าม ใช้ Emote และ บัค ในการทำงานดำ หรือ การแอบตำรวจทุกชนิด

บทลงโทษ : ปรับ - ใบเหลือง🟨

58. กรณีที่ผู้ต้องหาถูกยิงล้มด้วย Taser หรือ Pumpshotgun ห้าม ผู้เล่นใช้บัค หรือ Emote ทุกชนิด เพื่อให้ตัวเองลุกขึ้นมาแล้ววิ่งหนีต่อ รวมถึงกรณีที่ผู้ต้องหาถูก จับล็อคแขนแล้วทำการสไลด์ ( Shift+H ) เพื่อวิ่งหนีต่อ

บทลงโทษ : ปรับ - ใบเหลือง🟨

59. พื้นที่ สน. ประชาชนสามารถขโมยรถตำรวจได้ แต่ไม่สามารถงัดรถได้

60. เงื่อนไข - ในการเลื่อนขั้นนับจากเวลาเข้าเวรและคะแนนสอบ นักเรียนตำรวจ > จ่า ใช้เวลา 5,000 นาที | จ่า > ดาบ 15,000 นาที และคะแนนสอบ 80% หากเกินเวลาที่ กำหนดในการทำข้อสอบจะปัดตกและติดคูลดาวน์ในการสอบเลื่อนขั้น 3 วัน

61. ก่อนตำรวจจะออกเวรปิดสน. หรือ Server Restart ให้ตำรวจทุกนายออกเวรก่อนทุกครั้ง (หากไม่ออกเวรแล้วสวัสดิการหาย จะไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น) ยกเว้น Games Crashes

ช่วยเหลือผู้ต้องหา

62. เคสช่วยเหลือหลบหนีต้องมีตำรวจ 10 แพทย์ 0 ถึงจะสามารถช่วยผู้ต้องหาและพาหลบหนีได้รวมถึงการบั้มรถตำรวจเพื่อช่วยด้วยเช่นกัน ในกรณีพบเห็นผู้กระทำความผิด ให้ตำรวจแจ้ง Admin ทันที พร้อมระบุ "ช่วยเหลือหน่วยงานไม่ครบ" และแนบลักษณะของผู้กระทำผิดหรือคลิป/ภาพจากกล้องหน้า รถย้อนหลัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณา

63. กรณีที่มาช่วยเหลือเพื่อน โดยคนที่บั้มรถตำรวจและคนที่มารับเพื่อนเป็นคนคนเดียวกัน หากถูกจับ คนที่มาช่วยเหลือจะถูกใส่คดี "การขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่"

การลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำความผิด ทั้งจากการร้องเรียน หรือจากการยอมรับผิดเอง ทั้งจำนน ต่อหลักฐานอื่นๆ จะได้รับโทษดังต่อไปนี้

  • โทษทางวินัยขั้น 1 : ปรับ $50,000 พร้อมจำคุก 60 นาที
  • โทษทางวินัยขั้น 2 : ปรับ $100,000 พร้อมจำคุก 120 นาที
  • โทษทางวินัยขั้น 3 : พร้อมลดขั้น
  • โทษทางวินัยขั้น 4 : ใบเหลือง🟨
  • โทษทางวินัยขั้น 5 : ปลดจากหน่วยงาน
  • โทษทางวินัยขั้นร้ายแรง (กรณีตำรวจดำ) : การลงโทษขั้นนี้มีตั้งแต่ รีตัว ถึงขั้น ปลดไวท์ลิสต์

บรรณานุกรม

นิยามศัพท์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดนิยามของคำศัพท์ในกฎระเบียบตำรวจ ให้มีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (จะมีการ Update เรื่อย ๆ จาก Cases ที่พบเจอ)

คำอธิบายหมายเหตุ
Over Controlใช้อ้างอิงในการขับขี่รถ ในสถานการณ์ที่ รถไม่สามารถควบคุมได้ หรือ ยากเกินที่จะควบคุม และส่งผลเสียให้คู่กรณีโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
- รถเหินตาม ๆ กัน และตกที่เดียวกัน ส่งผลให้ชนกัน ณ จุกตก หรือ ชนกันกลางอากาศ
- รถถูกยิงยาง และสะบัดไปกระทบรถอีกคัน หรือ กำแพง
- การเบรคกะทันหัน ทำให้รถที่ตามมาไม่สามารถเบรคได้ทัน
- กรณีในพื้นที่ที่ทำให้ความสามารถในการควบคุมรถต่ำลง เช่น บนเขา, ผู้ขับขี่ถูกยิงด้วย Taser
หากการชนรถของผู้ต้องหามาจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ สามารถเรียกร้องให้ ซ่อมรถ ได้
การเหินของรถเจ้าหน้าที่โดยที่ไม่ใช่การเหินตามผู้ต้องหา และสร้างความเสียหายให้ ทรัพย์สิน หรือ ชีวิต ไม่นับเป็น Over Control
ดุลยพินิจการวินิจฉัยที่เห็นสมควร หรือ การพิจารณาด้วยความเที่ยงธรรม หรืออำนาจในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดภายใต้กรอบกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนด เช่น
- Case บาง Case คำตัดสินอาจจะออกมาไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ท่านนั้นๆ หากแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนด
- การผ่อนปรน, การลดโทษ, หรือการยืดหยุ่น จากทางเจ้าหน้าที่ึขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ท่านนั้นๆ
หากไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน สามารถร้องเรียนเจ้าหน้าที่ได้ตามขั้นตอน
Cut offการยิงผู้ต้องหาลงจากรถ-
On footการเดินเท้า ใช้สำหรับกล่าวถึงสถานการณ์ที่ลงจากรถ และ ใช้การวิ่งหนี หรือ การโดนยิงตกจากรถและวิ่งหนีต่อ-
ก่อเหตุซึ่งหน้าการทำผิดกฎหมายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หรือ การที่เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่แล้ว แต่ยังมีการกระทำความผิดซ้ำ เช่น
- การ Give ของผิดกฎหมายต่อหน้าเจ้าหน้าที่
- กรณีที่ทำการงานดำ บนตึก พื้นที่เข้าถึงยาก ทำให้ไม่เห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้ยินเสียงไซเรน หรือ แสงไซเรน ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าพื้นที่แล้ว แต่ยังเลือกที่จะกระทำความผิดต่อ
หากไม่เห็น หรือ ไม่ได้ยินเสียง ไซเรน ต้องมีคลิปหลักฐานยืนยัน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะตีเป็น ก่อเหตุซึ่งหน้า ทันที
Shift + Eเป็น คีย์ลัด สำหรับใช้ขยับรถ หรือ เคลื่อนที่รถ โดยที่ไม่ได้ขับหากจะใช้ในสตอรี่งานดำ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกกรณี หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎประเทศ และ กฎตำรวจ
Shift + Hเป็น คีย์ลัด สำหรับการสไลด์ของตัวบุคคลหากจะใช้ในตอนที่ตัวเองกำลังโดนใส่กุญแจมือ จะมีความผิดตามกฎประเทศ และ กฎตำรวจ
สายตาตำรวจถือเป็นที่สิ้นสุดกรณีที่ หลักฐานของทางเจ้าหน้าที่ กับ หลักฐานของผู้ร้องเรียน อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน แต่ ภาพไม่ตรง หรือ มีการคาบเกี่ยวกันเรื่องเวลา เจ้าหน้าที่จะตัดสินโดยยึดจากหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
- การ Cooldown ก่อนเริ่มยิงยาง
- การชนกันของรถระหว่างการไล่เคส
-
Case by Caseการพิจารณาตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยวิเคราะห์รายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์แยกจากกัน ไม่ใช้กฎเกณฑ์เดียวกันกับทุกเรื่อง โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็นของสถานการณ์นั้น ๆ-
จำนวนไม้จำนวนของรถตำรวจที่ทำการไล่ล่าผู้ต้องหา-
บังไลน์ (POV: ของตำรวจ)การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าข่าย "จงใจหักรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดเพื่อให้เกิดการชนรุนแรง" หรือ "การจอดรถปิดตายเส้นทางขับขี่ปกติ รวมถึงเส้นทางการเหิน (Ramp/Jump Line) ของผู้ต้องหา"

ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ตำรวจสามารถใช้ได้ (ไม่ถือว่าเป็นการ “บังไลน์”):
1. การดักไลน์ล่วงหน้า (Pre-Positioning)
- แนวทางปฏิบัติ: ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังขับรถหนีมาตามเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจคันหน้าสุดที่เห็นเส้นทางล่วงหน้า สามารถขับรถไปจอดรอในตำแหน่งนั้นเพื่อเตรียมใช้ Taser ยิงยางได้ "ก่อนที่ผู้ต้องหาจะขับมาถึง"
- เงื่อนไขความยุติธรรม: การจอดรอนั้น ต้องไม่ได้จอดปิดบังเส้นทางจนหมด (ต้องเหลือทางให้หักหลบ/เบรค) เพื่อบีบให้ผู้ต้องหาต้องเลือกที่จะเบรคชะลอความเร็ว หรือหักพวงมาลัยหลบไปเส้นทางอื่นเอง
2. การขับคุมเชิงขนาบข้าง (Escorting / Flanking)
- แนวทางปฏิบัติ: เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเร่งความเร็วขับแซงขึ้นไปขนาบทางด้านซ้ายหรือด้านขวาของรถผู้ต้องหา เพื่อหาจังหวะและมุมในการยิงตัดยางได้
- เงื่อนไขความยุติธรรม: ในขณะที่ขับแซงขนาบข้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเว้นระยะห่างปลอดภัยอย่างน้อย 1 คันรถ หากปฏิบัติถูกต้องแล้วผู้ต้องหาเป็นฝ่ายเบี่ยงรถมาชนหรือเบียดรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเองเพื่อหลบมุมยิง ในกรณีนี้ "เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น" และให้ถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาเลือกเอง
-